หายไปหลายวันครับ มาวันนี้ จะมา รีวิว สิ่งที่จับต้องไม่ได้บ้าง นั่นคือ โปรแกรม ครับ เป็น Application หรือ แอป สำหรับ iOS (iPhone/iPad/iPod) ครับ

โปรแกรม ชื่อ Camera+ (คาเมร่าพลัส) เป็น แอพฯ ถ่ายภาพ ที่ยอดเยี่ยมมากครับ เพราะมันได้รีดความสามารถของ กล้องในมือถือ iOS ออกมาได้อย่างคุ้มค่าครับ
หลายคนคงอึดอัดจากโปรแกรมถ่ายภาพของ iPhone / iPod / iPad ที่ในขณะทำการถ่าย เราไม่สามารถทำอะไรหลายๆอย่างได้ นอกจาก กด Focus แล้วถ่าย อย่างมากก็ได้แค่ เปิด/ปิด แฟลช เป็นต้น

คนที่ใช้ iOS Devices/อุปกรณ์ที่เป็น ไอโอเอส นั้นเกือบจะทั้งหมดคงต้องมีการโหลดโปรแกรมถ่ายภาพมาใช้กันบ้าง ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในคนที่ชอบโหลดโปรแกรมถ่ายภาพมาใช้มากมายครับที่เป็นของแจกฟรี
แต่ Camera+ เป็นโปรแกรมถ่ายภาพที่ผมยอมจ่ายเงิน เป็นจำนวน $0.99 (30 บาท) ซึ่งเป็นตอนลดราคา (จากราคาปกติ $1.99 หรือ 60 บาท) โดยที่โปรแกรมนี้ไม่เคยแจกฟรีเลย อย่างมากก็ลดอยู่ที่ $0.99 ครับ พบว่าไม่ทำให้ผิดหวัง หลังจากนั้นก็ใช้โปรแกรมนี้เป็นหลักในการถ่ายภาพของผมเลยครับ แม้ว่าจะมีแอปถ่ายภาพทยอยแจกฟรีอยู่เป็นระยะๆ ก็ยังไม่มีแอปไหนที่ผมคิดว่าดีกว่านี้อีกแล้ว จากที่ใช้มาหลายสิบแอพพลิเคชั่น เลยทีเดียว

เดี๋ยวเรามาชมกันครับว่า แอปนี้ มีดีอะไร ที่ทำให้ผมถูกใจครับ และนี่เป็นเพียงการรีวิวครับ แสดงให้เห็นจุดเด่นสำคัญๆของแอป จึงไม่ใช่การสอนวิธีใช้งานครับ

ณ. วันที่ ทำ รีวิวครั้งนี้ เป็น Camera+ Version 3.7.1 ครับรุ่นล่าสุดตอนนี้


จาก Apple App Store, คุณสามารถค้น คำว่า “Camera+” (เครื่องหมายบวกนะครับ) ก็จะเจอครับ
ข้อควรระวัง มี App ตั้งชื่อคล้ายคลึงกันมากมาย เช่น “Camera Plus”, “Camera++” เป็นต้น
แต่ตัวนี้ ต้องชื่อ ตามที่ผมทำกรอบสีน้ำเงินไว้นะครับ “Camera+” (คาเมร่า กับ เครื่องหมาย บวก) จาก ผู้พัฒนาชื่อ “tap tap tap
โปรแกรมราคา $1.99 USD (60 บาท) ถ้าช่วงลดราคา จะอยู่ที่ $0.99 USD (30 บาท) และ ไม่เคยแจกฟรี


ความรวดเร็ว ในการเริ่มโหลดโปรแกรมและพร้อมถ่าย ก็จะช้ากว่ากล้องของ iOS เล็กน้อย (เฉพาะตอนโหลดเท่านั้นนะครับ)
ถ้าเป็นการเปิดโปรแกรมครั้งแรก (ยังไม่เคยใช้) แอปจะแนะนำ คุณสมบัติ “Lightbox” (ไลท์บ๊อกซ์ / กล่องไฟ) ซึ่งมันก็หมายถึง ประมาณว่า กล่องที่มีไฟไว้ส่องฟิล์มถ่ายภาพ นั่นเอง
แล้ว Light Box มันมีไว้ทำอะไร? Light Box เสมือนเป็นที่เก็บภาพถ่าย ภายในเนื้อที่ของแอปเอง ซึ่งจุดประสงค์คือ หลังถ่ายภาพ โปรแกรมจะเก็บภาพไว้ใน Light Box แทนที่จะส่งออกไปเก็บที่ Camera Roll ของ iOS ซึ่งมันต้องผ่านหลายขั้นตอนและอาจจะทำให้เก็บภาพได้ช้ากว่าในการเริ่มถ่ายชอตต่อไป
หลังจากเราถ่ายไปแล้ว เราก็สามารถเลือกภาพที่จะเอาออกไปไว้ที่ Camera Roll ในภายหลังได้


เข้ามาดูที่ menu ก่อนเลยครับ, ก็จะมีคุณสมบัติของการถ่ายภาพต่างๆ เช่น Volume Snap (ใช้ปุ่มเพิ่มเสียงถ่ายภาพ), Grid (เส้นแบ่งส่วนหน้าจอ View Finder เพื่อช่วยถ่าย) , Zoom, ISO หรือ ที่ผมชอบที่สุดคือ Horizon Level (แสดงเส้นระดับ ช่วยให้ถ่ายภาพได้ตรงระนาบแนวนอน)


เลื่อนลงมาก็จะเป็น การตั้งค่าทั่วไป เช่น เปิด/ปิด เสียงชัตเตอร์ , WorkFlow (ขั้นตอนหลังจากกดถ่ายภาพเสร็จ), Quality, AutoSave (เก็บภาพที่ LightBox หรือ CameraRoll หรือ ทั้งคู่)


ผมแนะนำ ตั้งค่า AutoSave ให้เก็บที่ Light Box เพราะมันจะเร็วกว่ามาก ซึ่งทำให้การถ่ายภาพ shot ต่อไปจะเร็วขึ้นด้วยครับ
ถ่ายๆไปหลังจากนั้นก็ค่อยมาคัดอีกทีใน Light Box ว่าจะเอาภาพไหนไปไว้ที่ Camera Roll


Quality หรือ คุณภาพของภาพถ่าย ที่จัดเก็บ, สามารถเลือกได้ สามระดับ คือ

  • High : เก็บแบบเต็มระดับแบบไม่ลดทอนคุณภาพใดๆ หรือเรียกได้ว่าเป็น Raw จาก กล้องเลย
  • Normal : คุณภาพสูง แต่ไม่ลดทอนคุณภาพ มีการบีบอัดบ้างแต่แลกมาด้วยขนาดไฟล์ภาพที่ไม่ใหญ่เกินไป
  • Optimized : คุณภาพดี แต่จะจำกัดที่ความละเอียด 1200×1200 จุดเท่านั้น ขนาดไฟล์จึงเล็กมาก เหมาะกับถ่ายเพื่อ แชร์ ในโซเชี่ยล

แนะนำให้เป็น Normal ดีแล้วครับ

เราสามารถตั้ง โซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค (Facebook/Twitter/Flickr) ที่เราใช้ได้ เพื่อเวลาแชร์ภาพถ่าย App จะได้แชร์ได้ทันที
เช่นแทนที่ คุณต้องกลับไปเปิด facebook แล้วเลือกภาพเพื่อแชร์อีกที ก็สามารถกดแชร์จากใน Camera+ ได้เลย

Image
หน้าจอขณะที่กำลังจะแชร์ภาพถ่าย

เริ่มลองถ่ายภาพครับ หน้าจอ (อาจจะเรียกได้ว่าเหมือน เป็น View Finder ของกล้อง)
อันนี้ดูเหมือนยุ่งเหยิง แต่ไม่ใช่ครับ ส่วนต่างๆสามารถเปิดปิดได้ตามหน้าจอที่อธิบายข้างบน
ระบบจอและการจัด Layout เรียบง่าย แต่ ใช้งานง่าย และเข้าใจง่าย


การจับ focus ก็ไม่ต่างกับกล้องปกติ แค่แตะที่จอ App ก็จะสั่งให้กล้องจับโฟกัสตำแหน่งนั้นๆ ได้รวดเร็วดี


จุดที่แตกต่างคือ เราสามารถ ใช้สองนิ้วถ่างตรง กรอบที่ เราทำโฟกัส ไว้ เพื่อ แยก Exposure (ค่ารูรับแสง) และ Focus ออกจากกันได้
ดังนั้น เราสามารถเลือก ตำแหน่งการจัดแสงได้เอง เช่นถ่ายภาพที่ ตรงจุดที่เรา focus มันสว่างมากๆ เราก็ลาก exposure ไปตำแหน่งที่มืดกว่าในภาพ
กล้องจะจัด white balance ให้พอดีๆตามต้องการ , อันนี้ช่วยมากๆครับในตอนถ่ายย้อนแสงบางกรณี

ปุ่มลั่น shutter เราก็ยังเลือกได้ว่าจะ กดเป็นแบบ

  • Normal : ปกติ กดแล้วถ่ายเลย
  • Stabilizer : ป้องกันการสั่นไหว กดแล้ว App จะรอจนกว่าภาพจะอยู่นิ่งและถึงถ่าย
  • Timer : ตั้งเวลาถ่าย กดแล้ว App จะรอเวลาที่ตั้งแล้วถึงถ่ายไห้
  • Burst : ถ่ายรัว กดทีเดียว App จะถ่ายภาพรัวอย่างต่อเนื่อง

โดยส่วนตัวผมจะใช้ Stabilizer ครับ เพราะถ่ายแล้วภาพนิ่งและคมชัดดีมากๆครับ

ด้านบนเรายังสามารถคุมเรื่องแฟลชได้ด้วย คือ auto/เปิด/ปิด/เปิดค้างเหมือนไฟฉาย
สังเกตุว่าจะมีเส้นหนาๆตรงกลางด้านล่าง เพราะตอนนี้ผมตั้งให้แสดง เส้นวัดระดับ (Horizon Level) ซึ่งมันเอียงๆอยู่ แสดงให้เห็นว่าผมจับมือถือ เอียงขวา
เส้นวัดระดับมีประโยชน์มากครับ เช่นเวลาถ่ายวิว ถ่ายทะเล มันทำให้เราเห็นว่ากล้องเราเอียงหรือเปล่า ภาพที่ได้จะตรงระดับพื้นโลกและสวยงาม

หลังจากกดถ่ายแล้วภาพจะเก็บสู่ Light Box เราสามารถเปิดดู และ แก้ไขปรับปรุงภาพได้
นี่คือคุณสมบัติที่เยี่ยมยอดอันหนึ่งครับ จากในภาพข้างบนเราสามารถจำลอง Flash/ เพิ่มแสง/ปรับสี และอื่นๆ
สำหรับภาพที่ถ่ายมาแล้วนะครับ ไม่ใช่ตอนถ่าย เช่น Flash มันเสมือนเราเปิด Flash ตอนถ่าย ซึ่งผมว่าบางครั้งภาพออกมาดูดีกว่าเปิด ไฟ Flash ตอนถ่ายจริงๆเสียอีกครับ

นี่ครับผมกด Flash จะเห็นว่าภาพถูกปรับปรุงเรื่องแสงไปมากเลย ภาพจึงดูเนียน และสว่าง
ตรงนี้แหละครับคือจุดขายเด่นอีกจุดของโปรแกรมนี้ เพราะ Algorithm ในการคำนวนและประมวลผล มันช่วยปรับภาพได้ดีขึ้นจริงๆ
ผมยังไม่เคยเจอ App ไหนปรับภาพได้ดูดี ไม่เกินพอดีขนาดตัวนี้


เรามาดูส่วนของ Effects กันครับ ซึ่งมีมาให้มากพอสมควร โปรแกรมจะมีมาให้ 27 Effects และสามารถซื้อเพิ่มได้อีก 9 Effects พิเศษ (I Love Analog) ราคา $0.99USD

Effects ชุดที่ 2 – Retro

Effects ชุดที่ 3 – Special


Effects ชุดสุดท้าย I Love Analog, ชุดนี้ถ้าจะใช้ต้องจ่าย in app purchase ราคา $0.99 USD ครับ

เรายังสามารถใส่กรอบให้ภาพของเราได้อีกครับ มีมาให้ 18 แบบ


ในการใส่กรอบนี้ เราสามารถใส่ คำพูด Title ไว้ในภาพได้ด้วย


นี่คือภาพต้นฉบับ ซึ่งไม่ได้ใช้ปรับแต่ง หรือ effect อะไรเลย

หลังจากปรับแสงและใส่ effect บางอย่างเข้าไป ทำให้ภาพธรรมดาๆดูน่าสนใจยิ่งขี้น

ใส่กรอบเข้าไปพร้อมตั้งชื่อ ก็ทำให้ภาพดูมี ศิลป์ จากมือโปร แล้วก็พร้อมเอาไปแชร์กันได้ครับ


ภาพนี้ก็ถ่ายไว้นานแล้วผมเห็นดูดีเหมือนภาพนำเสนอสินค้าจาก studio เลย ซึ่ง Camera+ ช่วยได้มากจริงๆ

ภาพนี้ตอนถ่าย แสงจ้ามากๆครับแทบไม่เห็นอะไร ก็ใช้ Camera+ ช่วยปรับออกมาได้แบบนี้

ภาพนี้ตอนถ่ายแสงดีครับ แต่มีลม ดอกไม้ดอกนี้จริงๆแล้วสั่นไหวตลอดเวลา ต้องเล็งนานพอควรกว่าระบบ Stabilizer จะยอมถ่าย


ภาพนี้ ถ่ายไว้ ปีก่อน แสงจ้ามากๆ แต่ผมลาก exposure ไปวางที่มืดนิดๆ ภาพจึงดูแสงเกินพอดีนิดๆ ใช้ ISO แบบอัตโนมัติ คาดว่าคงจะ 100
จากนั้นก็ใช้ app นี้ปรับแสงลงนิดหน่อย


ภาพนี้เพิ่งถ่ายตอนไปไฮเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง โปรโมชั่น รวมชุดว่ายน้ำ หน้าร้อน แขวนอยู่โถงทางเดิน ^-,^
สีสรรสดใสมากๆ ถ่ายในแสงนีออนสลัวๆ และเป็นการทดสอบการกันสั่น ให้เห็นชัดๆกัน ด้วย Stabilizer Shutter ตามที่อธิบายข้างต้นไปแล้ว
เป็นภาพที่ยืนยันได้ว่าระบบกันสั่นมันนิ่งจริงๆ เพราะจับโฟกัสไป ใจสั่นไป มือก็สั่นไป 555
เสร็จแล้วปรับความสว่างเล็กน้อย เสียดายไม่มีนางแบบใส่ให้ถ่าย

—-

จุดดีอีกอย่างหนึงคือ การปรับแสง แอฟเฟ๊กซ์ หรือ กรอบ ต่างๆ ถ้าแก้ไขภาพไปแล้วและยังไม่ได้ลบออกจาก light box เรายังสามารถถอนออกย้อนกลับมาเป็นภาพเดิมๆได้เสมอๆ

สรุปเลยนะครับ

ข้อดี

  • ทำงานเร็วมาก โดยเฉพาะ การถ่ายภาพ shot ต่อเนื่อง, รวมถึงการใส่ effect ปรับภาพก็รวดเร็ว
  • การถ่ายภาพ สามารถตั้งค่า ในการจับภาพได้เยอะ
  • การจับภาพสามารถแยก focus กับ exposure ได้อิสระ
  • ระบบ Light Box ซึ่งช่วยเรื่องความเร็ว และ มีประโยชน์ได้หลายอย่างมาก
  • Effects /กรอบ มีจำนวน พอสมควร และ โดยผลที่ได้คือ คุณภาพของภาพ ที่ดี
  • สามารถ คืนภาพเดิมได้ แม้หลังจากใส่ effects ต่างๆไปแล้ว (ถ้าภาพยังอยู่ใน light box)
  • สามารถดึงภาพจาก Camera Roll เข้ามาใน Lightbox แล้วใส่ Effects ได้

ข้อเสีย

  • เป็น แอปที่ต้องซื้อ ($0.99 – $1.99)
  • เป็นแอปสำหรับถ่ายภาพนิ่งเท่านั้น ไม่สามารถถ่าย Video ได้
  • ไม่สามารถถ่าย พาโนรามา ได้

 

เทียบกับ แอพฯ ถ่ายภาพอื่นๆ ที่ผมลองมาแล้ว บางแอป เจ๋งเรื่องการจับภาพ แต่ ไม่มี effects/ บางแอป Effect เยอะแต่ถ่ายภาพแย่ / บางแอป effects เยอะแต่คุณภาพไม่ดี / บางแอป effects เด็กๆ หรือทำให้ภาพเสียหายได้ / บางแอปดูดีมากแต่ทำงานช้าเสียเหลือเกินจนรับไม่ได้. แต่ App camera+ ตัวนี้เน้นภาพแบบเอาจริงเอาจังครับเก็บเป็นความทรงจำได้ ไม่ใช่ภาพถ่ายเล่นๆที่ถ่ายๆแล้วใส่ effects ตุ๊กตา การ์ตูน สนุกสนาน แชร์เล่นๆ แล้วทิ้งภาพไป.

เรื่องการถ่ายภาพ ถ้าจะเอาสวยมันคงยังมีอีกหลายเรื่อง ที่นอกจาก สี แสง วิธีการถ่ายแล้ว คนถ่ายยังต้องมีหัวด้านนี้ด้วย เช่น การจัดองค์ประกอบ การหาจุดเด่นของสิ่งที่ถ่าย และอะไรอีกมากที่ เค้าต้องเรียนกันเป็นหลักสูตรปริญญาเลยทีเดียว สังเกตุภาพของผมนะครับองค์ประกอบ ตำแหน่ง ไม่ได้เรื่องจริงๆเพราะถ่ายเองมั่วๆ และยิ่งถ้าเห็นภาพที่ยังไม่ได้ปรับแล้วละก็ คุณจะรู้ว่าแอปนี้มันเยี่ยมจริงๆช่วยผมได้เยอะเลยทีเดียว

Camera+ สำหรับผมแล้วเป็นโปรแกรมกล้องที่ ให้ผลภาพถ่ายคุณภาพสูง เก็บภาพความทรงจำประทับใจ ที่คุ้มค่าตัว 60 บาทมากครับ

 

รีวิวอื่นๆที่คุณอาจสนใจ


แบรนด์ : Camera+ iOS Photography App by tap tap tap
ชื่อ รุ่น : Camera+
ข้อมูลย่อ : โปรแกรมกล้องถ่ายภาพ คุณภาพสูงสำหรับ iPhone/iPad/iPod/iOS Devices
ราคา : $0.99 - $1.99 USD
ผู้รีวิวให้ : 9 เต็ม 10

แอพใช้ฟรี! : Evo Wallet : แอพ บันทึก รายรับ รายจ่าย โอน ออม ในมือถือ (iOS/Android/Amazon/NokiaX) ใช้ฟรี (Android/Nokia X/Amazon) ไม่หมดอายุ แล้วเรื่องสุขภาพการเงินของคุณจะเป็นเรื่องง่ายๆ ดาวน์โหลดเก็บเอาไว้ก่อนตอนนี้เลย

หมายเหตุ : บทความรีวิวทุกชิ้นของเวปนี้จะมาจากผู้ใช้จริงๆ และ บทความรีวิวชิ้นนี้เป็น ความรู้ความคิดเห็นส่วนบุคคล ของผู้เขียนบทความรีวิวชิ้นนี้เอง ซึ่งอาจจะมีข้อผิดพลาดได้, คุณสามารถ แสดงความคิดเห็น/คำถาม/ติชม บทความรีวิวชิ้นนี้ ในช่องข้างล่างได้ หรือ ติดต่อ admin เพื่อพิจารณา...